นิทรรศการกลุ่ม
Spirits Melt to Flesh

|
บางกอก คุนส์ฮาเลอ ด้วยการสนับสนุนของเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ขอนำเสนอนิทรรศการกลุ่ม “Spirits Melt to Flesh” ของศิลปินชาวเอเชียทั้ง 8 ท่าน ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์ แซม อี-ชาน นี่คือนิทรรศการกลุ่มที่นำเสนอผลงานของศิลปินชาวเอเชียทั้ง 8 ท่าน ได้แก่ แอนโทนี ชิน ( สิงคโปร์), แดเนียล ฮุย (สิงคโปร์), ฮีซู ควอน (เกาหลีใต้), สวี เจ๋อ-อวี๋ และ เฉิน หว่าน-หยิ่น ( ไต้หวัน), ลิเอโกะ ชิงะ (ญี่ปุ่น), โซ ยู นเว (เมียนมา) และ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ (ไทย) ผ่านรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรม และภาพถ่ายจัดวางที่ตอบสนองกับพื้นที่
นิทรรศการ Spirits Melt to Flesh โดยภัณฑารักษ์แซม อี-ชาน นําเสนอผลงานภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรม และภาพถ่ายจัดวางที่ตอบสนองกับพื้นที่ โดยศิลปินชาวเอเชียทั้ง 8 คน ได้แก่แอนโทนีชิน (Anthony Chin, สิงคโปร์), แดเนียล ฮุย (Daniel Hui, สิงคโปร์), ฮีซูควอน (HeeSue Kwon, เกาหลีใต้), สวี เจ๋อ-อวี๋และ เฉิน หว่าน-หยิ่น (Hsu Che-Yu และ Chen Wan-Yin, ไต้หวัน), ลิเอโกะ ชิงะ (Lieko Shiga, ญี่ปุ่น), โซ ยูนเว (Soe Yu Nwe, เมียนมา) และ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์(Taiki Sakpisit, ไทย) ซึ่งได้แปรเปลี่ยนพื้นที่อันดิบเปลือยของ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ผ่านการผันแปรของแสงและความมืด ตลอดจนการสั่นพ้องของเสียงสะท้อนและถ้อยคําที่โต้ตอบสนทนากัน อาคารได้กลายเป็นภาชนะซึ่งบรรจุถ้อยแถลง เป็นพื้นที่ของการพบพานของเรื่องราวต่างๆ ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักรู้ถึงห้วงเวลาดังกล่าวผ่านร่างกายของตน
ผลงานเหล่านี้พิจารณาถึงภาพแทนของประวัติศาสตร์ในภูมิภาค และสภาวะอัตวิสัยส่วนบุคคล ผ่านการนําสองสิ่งมาจัดวางคู่กัน ทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมกับความเร้นลับเหนือโลก และผ่านการขุดคุ้ยตํานานปรัมปรากับเรื่องเล่าจากชายขอบ นอกจากนี้ผลงานยังสะท้อนความกังวลในยุคร่วมสมัยของโลกที่กําลังอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน ผ่านภาพคุ้นเคยของทั้งสิ่งที่มีอยู่จริงและถูกจินตนาการขึ้น การคาดเดาถึงรูปแบบอื่นของปัญญาที่อยู่พ้นไปจากมนุษย์นิทรรศการนี้ใคร่ครวญถึงชีวิตและความเป็นจริงทางสังคม ว่าต่างถูกหล่อหลอมโดยอํานาจที่ไม่อาจเอื้อมถึงได้อย่างถ่องแท้ดังที่อัลเฆาะซาลี ได้กล่าวไว้ว่า “โลกที่ประจักษ์อยู่นี้คือร่องรอยของโลกที่ไม่อาจมองเห็น และโลกใบแรกย่อมเดินตามโลกใบหลังประหนึ่งเงา” นิทรรศการจะจัดแสดงตั้งแต่วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน ถึง วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 4 และ 5 ของ บางกอก คุนส์ฮาเลอ
วังน้ำวน (2026)
ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ (b. 1975, Japan)

วังน้ำวน เป็นงานศิลปะจัดวางด้วยเสียงและจลนศิลป์ ที่มีมิติด้านเวลาเป็นองค์ประกอบสำคัญ มุ่งสำรวจเรื่องเล่าเกี่ยวกับ แม่นาก และ สมเด็จโต แม่นากในฐานะวิญญาณอันโด่งดังจากคติชนของไทย ได้รับการจดจำทั้งในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ มารดาผู้ปกป้องคุ้มครองบุตร และสตรีนักรบผู้ดุดัน ขณะเดียวกันก็เป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพบูชาในศาลเจ้าและวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ส่วนสมเด็จโต พระภิกษุผู้ทรงคุณแห่งสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นที่เลื่อมใสในด้านพลังทางจิตวิญญาณ และถือเป็นบุคคลสำคัญในวัฒนธรรมพระเครื่อง เครื่องราง ตำราไสยศาสตร์ และภาพแทนทางศาสนาของไทย ผลงานชิ้นน้ประกอบด้วยองค์ประกอบเสียงที่ประพันธ์โดย ยาสุฮิโระ โมรินางะ และออกแบบระบบเสียงโดย วรเมธ มธุตม์ธาดา
Blind Date (2009)
ลิเอโกะ ชิงะ (b. 1980, Japan)

ระหว่างที่ ลิเอโกะ ชิงะ พำนักอยู่ในกรุงเทพมหานครช่วงฤดูร้อนปี พ.ศ. 2552 ศิลปินเกิดความสนใจต่อสายตาที่ได้แลกเปลี่ยนกับผู้คนแปลกหน้าหลายพันคน ซึ่งกำลังนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่นและล่ามชาวไทย เธอออกติดตามรถจักรยานยนต์เหล่านั้น พร้อมสัมภาษณ์และถ่ายภาพคู่รักมากกว่าหนึ่งร้อยคู่ สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ชิงะได้สร้างสรรค์วิดีโอฉบับตัดต่อใหม่ ซึ่งรวบรวมภาพทั้งหมดจากชุดผลงานดังกล่าว สีหน้าอันชวพิศวงของผู้คนวัยหนุ่มสายที่เธอบันทึกไว้ เผยให้เห็นการเคลื่อนผ่านของพื้นที่และกาลเวลาในระดับอันกว้างใหญ่ ผลงานชิ้นนี้เชื่อมโยงศิลปิน ผู้ถูกถ่ายภาพและผู้ชมเข้าไว้ด้วยกันอย่างใกล้ชิด ผ่านการแลกเปลี่ยนสายตาระหว่างกัน
ช่วงที่ ลิเอโกะ ชิงะ พำนักอยู่ในกรุงเทพฯนั้น อยู่ภายใต้บริบทของ นิทรรศการ สุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย นิทรรศการขนาดใหญ่ที่จัดร่วมโดยเจแปนฟาวน์เดชั่น ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่นำเสนอผลงานศิลปินญี่ปุ่น 17 คน เธอได้สร้างผลงานนี้และนำเสนอในนิทรรศการครั้งนั้น ผลงานของเธอได้กลับมาที่ไทยอีกครั้งหลังผ่านไปแล้วสิบปี ในนิทรรศการ “Spirits Melt to Flesh” ด้วยการสนับสนุนจากเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ
เกี่ยวกับภัณฑารักษ์
แซม อี-ชาน (Sam I-shan) เป็นภัณฑารักษ์อิสระผู้สนใจงานภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่าย ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับการเมือง ก่อนหน้านี้เธอเคยดำรงตำแหน่งภัณฑารักษ์ที่ National Gallery Singapore, Singapore Art Museum และ Esplanade Visual Arts ประเทศสิงคโปร์
นิทรรศการที่เธอเป็นภัณฑารักษ์ ได้แก่ Spirits Melt to Flesh ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ประเทศไทย, Chronotopia ในงาน Asia TOPA ประเทศออสเตรเลีย, Under One Moon ฮ่องกง, Nowhere Here ในเทศกาล Singapore International Photography Festival, Sim Chi Yin: One Day We’ll Understand ณ Rencontres d’Arles ประเทศฝรั่งเศส, Cao Fei and Georgette Chen: At Home in the World ณ National Gallery Singapore และ Afterimage: Contemporary Photography in Southeast Asia ณ Singapore Art Museum ระหว่างทำงานที่ Esplanade เธอรับผิดชอบการดูแลและพัฒนาโครงการคอมมิชชันใหม่ รวมถึงนิทรรศการเฉพาะพื้นที่ (site-specific exhibitions) โดยทำงานร่วมกับหลากหลายศิลปินจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกัน ที่ Singapore Art Museum เธอเป็นผู้ดูแลโครงการด้านภาพเคลื่อนไหว และร่วมจัดโปรแกรมเทศกาลภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี
นอกจากนี้ เธอยังทำงานด้านการจัดโปรแกรมให้กับเทศกาลภาพยนตร์หลายแห่ง โดยมุ่งเน้นภาพยนตร์ศิลปิน (artist films) วิดีโออาร์ต และภาพยนตร์ทดลองจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ Singapore International Film Festival, Asian Avant-Garde Film Festival ณ M+ ฮ่องกง, Asian Film and Video Art Forum ณ MMCA ประเทศเกาหลีใต้, Art SG Film และ Videoex Experimental Film and Video Festival เมืองซูริก
บทความและงานเขียนของเธอได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ วารสารวิชาการ และสูจิบัตรนิทรรศการต่างๆ ปัจจุบันเธอพำนักและทำงานอยู่ระหว่างประเทศสิงคโปร์และกัมพูชา
จัดโดย: บางกอก คุนส์ฮาเลอ
ด้วยการสนับสนุนจาก: เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ