นิทรรศการสัญจร
เหนือชั้นในเชิงศิลป์ ศิลป์รังสรรค์จากญี่ปุ่น

|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||

สมัยเมจิ (1868 – 1912)
ถ่ายภาพโดย ชู นาคางาวะ
เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีความยินดีอย่างยิ่งในการร่วมจัดงานนิทรรศการ “เหนือชั้นในเชิงศิลป์ ศิลป์รังสรรค์จากญี่ปุ่น (The Superlative Artistry of Japan)” ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคมถึง 23 สิงหาคม 2569 ณ ห้องแกลอรี่ชั้น 1 TCDC กรุงเทพฯ, 1 ถึง 30 กันยายน 2569 ณ ห้องแกลอรี่ชั้น 1 TCDC ขอนแก่น และ 10 ตุลาคมถึง 15 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องแกลอรี่ชั้น 1 TCDC เชียงใหม่ นิทรรศการนี้คัดสรรโดย ศาสตราจารย์ยูจิ ยามาชิตะ โดยนำเสนอกลุ่มผลงานที่ใช้วัสดุหลายหลายประเภทและล้วนต่างให้ความสำคัญกับการใช้เทคนิคทักษะที่เหนือชั้นในการสร้างสรรค์ ประสานกับแนวคิดและการแสดงออกถ่ายทอดที่ชาญฉลาดพร้อมไปกับความสมบูรณ์แบบชั้นสูงที่จะสร้างความประหลาดใจแก่ผู้เข้าชม
นิทรรศการเริ่มจากการแนะนำศิลปหัตกรรมตั้งเติมของญี่ปุ่นหรือโคเก (Kogei) จากยุคสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868-1912) ที่เน้นความประณีตผสมผสานกับความงามอันมีบทบาทสำคัญในการจุดกระแสคตินิยมศิลปะญี่ปุ่น (Japonism) ในทวีปยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19 ตลอดไปจนถึงผลงานศิลปะร่วมสมัย ที่รวมไปถึงของเล่นแคปซูลต่าง ๆ และอาหารจำลองหลากหลายชนิดที่แสดงออกถึงงานหัตถศิลป์อันวิจิตรและสร้างสรรค์
งานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือโคเก (Kogei) สมัยเมจิ ถือกำเนิดขึ้นในช่วงการปฏิรูปเมจิ ยุคสมัยใหม่หลังญี่ปุ่นเปิดประเทศ กอปรขึ้นโดยผสมผสานระหว่างศาสตร์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับองค์ประกอบความเป็นตะวันตก ภายใต้นโยบายปฏิรูปเป็นแบบตะวันตกอย่างเฉียบพลัน ผลงานเหล่านี้ได้รับความสนใจจากนานาชาติในเทคนิคอันวิจิตรประณีตและรูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ กระทั่งกลายเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในการสร้างรายได้จากต่างประเทศ ก่อนจะเสื่อมถอยเนื่องจากสินค้ามีคุณภาพต่ำลงเพราะต้องเน้นจำนวนการผลิตมากกว่าคุณภาพเพื่อให้ทันต่อความต้องการ ในปัจจุบันชิ้นงานจำนวนหนึ่งได้หวนกลับสู่ประเทศญี่ปุ่นและได้รับการประเมินคุณค่าใหม่พร้อมทั้งยกย่องผลงานแต่ละชิ้นที่ถูกสร้างด้วยทักษะอันเป็นเลิศว่า “เหนือชั้นในเชิงศิลป์” จนได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง
ภายในนิทรรศการ ผู้เข้าชมจะได้ชมตัวอย่างงานศิลปะชั้นเลิศมากมาย ยกตัวอย่างเช่น งานศิลปหัตถกรรมโคเกสมัยเมจิ เช่น แจกันซัตสึมะขนาดใหญ่ที่มีลวดลายดอกไม้ ซึ่งคาดว่าผลิตขึ้นในแคว้นซัตสึมะ (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งในจังหวัดคาโกชิมะ) ตกแต่งและวาดลวดลายลงบนภาชนะสีงาช้างโดยใช้เทคนิคการเคลือบสีและปิดทอง ทำให้ได้ผลงานที่ประณีตและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ผ้าปักแขวนประดับประตู โยเมมง ที่ศาลเจ้านิกโก แสดงให้เห็นถึงศิลปะการปักไหม ซึ่งเป็นสิ่งทอที่เป็นเอกลักษณ์ของยุคเมจิ ผ่านเทคนิคการผลิตและการย้อมเส้นด้ายที่มีความหนาต่างกัน รวมถึงทักษะการปักเส้นด้ายนับหมื่นเส้นด้วยมือ

ผ้าแขวนปักลายประตูโยเมมงที่
ศาลเจ้านิกโก
สมัยเมจิ (1868 – 1912)
ถ่ายภาพโดย ชู นาคางาวะ

Capsule Q
2013 – 2017
ถ่ายภาพโดย ชู นาคางาวะ
ยิ่งไปกว่านั้น ตลับกำยานทรงเปลือกหอยที่จัดแสดงในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะสำคัญที่ใช้ประดับตกแต่งภาชนะในศาสตร์แห่งเครื่องเขินที่เรียกว่า มากิเอะ (makie) ที่เริ่มด้วยการทายางรักสีแดงหรือดำบนผิวไม้ แล้วใช้ผงทองวาดลวดลายหรือรูปทับลงไปด้านบน ขณะเดียวกัน ก็มีการจัดแสดงผลงานร่วมสมัยจากฝีมือช่างชั้นยอดอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟิกเกอร์รูปทรงสัตว์ต่าง ๆ ของญี่ปุ่นชุด “Capsule Q Museum” จากผลงานการผลิตของไคโยโด ช่างทำฟิกเกอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น ได้สืบทอดแนวคิดของเล่นขนมหวานของญี่ปุ่น และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างสรรค์งานฝีมือที่ไม่ลดทอนคุณภาพ แม้ว่าฟิกเกอร์เหล่านี้จะมีขนาดเล็กและผลิตในปริมาณมาก แต่คุณภาพและรายละเอียดนั้นอยู่ในระดับสูง มีความประณีตงดงามและมีชีวิตชีวาไม่แพ้ผลงานโคเกในยุคเมจิ
ในนิทรรศการนี้ ผู้ชมได้เห็นและเรียนรู้ทักษะฝีมืออันล้ำเลิศและการถ่ายทอดที่เหนือชั้นผ่านแต่ละชิ้นงานโดยหวังว่าผู้ชมจะชื่นชมกับวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นของญี่ปุ่นในส่วนนี้ ที่เชิดชูทักษะฝีมือชั้นสูงและการให้ความสำคัญกับความละเอียดลออและสละอุทิศตนตลอดกระบวนการสร้างผลงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดขอนแก่น เราได้เชิญ คุณมิยาวากิ ชูอิจิ (MIYAWAKI Shuichi) ที่ปรึกษาของ KAIYODO พร้อมด้วย คุณเอกาวะ รุกะ (EGAWA Ruka) จาก KAIYODO มาร่วมจัดกิจกรรม ณ TCDC ขอนแก่น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อันยาวนานผ่านการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “KAIYODO: Unwrapping the Art of Japanese Figures and the Revitalization” ผู้เข้าร่วมงานซึ่งประกอบด้วยนักสร้างสรรค์ท้องถิ่น นักออกแบบฟิกเกอร์ และนักศึกษาจำนวนมาก ต่างได้รับแรงบันดาลใจจากการบรรยายครั้งนี้อย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้เส้นทางสู่ความสำเร็จของ KAIYODO แต่ยังได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดและกลยุทธ์ของ KAIYODO ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยได้อีกด้วยภายหลังการบรรยายพิเศษ KAIYODO และนักสร้างสรรค์ฟิกเกอร์ท้องถิ่น โดยเฉพาะจากจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ได้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ อันนำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันและการสร้างความร่วมมือที่มีคุณค่า


นอกจากนี้ KAIYODO ยังได้จัดการบรรยายและเวิร์กช็อปให้แก่นักศึกษาจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมอบโอกาสการเรียนรู้และข้อมูลเชิงลึกในมุมมองอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาเส้นทางอาชีพในอนาคต ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณเป็นพิเศษไปยัง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ขอนแก่น, ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัชรา สุระยา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้ให้การสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้


เกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เป็นหน่วยงานภาครัฐภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี มีภารกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย โดยสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 15 สาขา ผ่านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ธุรกิจ และเมือง พร้อมส่งเสริมให้ภาคการผลิตนำความคิดสร้างสรรค์ไปประยุกต์ใช้ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันของธุรกิจและประเทศ
ภาพจากพิธีเปิดนิทรรศการ ณ TCDC กรุงเทพฯ
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ พื้นที่แกลเลอรี ชั้น 1 TCDC กรุงเทพฯ
ขอขอบคุณภาพถ่ายจาก CEA กรุงเทพฯ







ภาพบรรยากาศพิธีเปิดนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษร่วมกับ KAIYODO
วันที่ 1 กันยายน 2569 ณ แกลเลอรี ชั้น 1 TCDC ขอนแก่น
ขอขอบคุณภาพถ่ายจาก CEA ขอนแก่น








ร่วมจัดโดย:

สนับสนุนโดย:
